อาหารที่ไม่ใส่ผงปรุงรส อาจจะไม่สมบูรณ์และน่าเบื่อ กุญแจสู่มื้ออาหารที่ดีคือความเรียบง่ายและการปรุงรสที่เหมาะสม การปรุงรส หมายถึงการเติมเกลือ เครื่องเทศ น้ำมัน สมุนไพร และกรด เช่น น้ำมะนาว เพื่อเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมของอาหาร นอกจากนี้การเพิ่มเครื่องเทศและผงปรุงรส ช่วยยกระดับมื้ออาหารและเพิ่มความอร่อยให้กับมื้ออาหารของคุณด้วย นอกจากนี้ในปัจจุบันผงปรุงรสแบบเขย่าได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยสร้างเฉดรสชาติและอรรถรสให้กับอาหารที่เรารับประทานกัน
วัตถุปรุงแต่งรสอาหารชนิดปรุงรส (food seasoning) ตามนิยามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมวัตถุปรุงแต่งรสอาหาร หมายถึง ผลิตภัณฑ์ซึ่งประกอบด้วยโม โนโซเดียม แอล-กลูตาเมต หรือกัวนิเลตหรืออิโนซิเน็ต ผสมกับเนื้อสัตว์หรือสารอื่นที่ให้โปรตีน เกลือ และอาจมีส่วนประกอบอื่นๆ เช่น ไขมัน น้ำตาล หรือพริกไทย โดยที่เกลือแกง (NaCl) เป็นส่วนประกอบที่มีปริมาณสูงสุดในเกือบทุกรสชาติผงปรุงรส โดยมีปริมาณร้อยละ 26-42 ซึ่งในกระบวนกำรผลิตผงปรุงรสจะใช้เกลือแกง เพื่อเพิ่มรสชาติ และยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้ ถูกนำมาทำให้เกิดความร้อนจนแห้ง และบดเป็นผง แล้วจึงถูกผลิตออกมาเป็นผงปรุงรสอาหารได้ ซึ่งผงปรุงรสที่เป็นเครื่องปรุงรสชาติอาหารในรูปแบบผงนี้ มักจะมีอายุการเก็บรักษาได้นาน เนื่องจากมีส่วนผสมของปริมาณน้ำน้อย และมีลักษณะเป็นผง จึงมีข้อดีในการนำไปปรุงรสชาติอาหารได้ง่าย
ผงปรุงรสอาหารแบบผงเขย่าสามารถนำไปใช้เพื่อส่งเสริมรสชาติของอาหารได้ค่อนข้างหลากหลายประเภท โดยที่เราเห็นโดยทั่วกันในชีวิตประจำวันของเราบ่อยๆ เช่น เมนูไก่ทอด เฟรนฟรายส์ทอด ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น ซึ่งผงปรุงรสเขย่านั้นเข้ามาช่วยเสริมรสชาติ และสีสันของอาหารให้น่ารับประทานมากขึ้น อีกทั้งยังมีรสชาติต่างๆที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับรสชาติในแต่ละมื้ออาหารได้มากขึ้น ซึ่งรสชาติที่คนไทยนิยมรับประทานก็จะมีรสชาติบาร์บีคิวที่หวาน เค็ม และเผ็ดกลมกล่อมทานง่าย รสโนริสาหร่ายที่หอม หวานๆ และเค็มๆนิดหน่อย เด็กๆชอบ รสชาติชีสที่มีทั้งความนัว ความเค็ม ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ชื่นชอบกันทั้งนั้น หรืออีกรสชาติหนึ่งสำหรับคนไทยที่ชอบรับประทาน นั่นคือ รสต้มยำ และรสลาบ ซึ่งเป็นสองรสชาติที่คนไทยนิยมเลือกมารับประทานมาก เพราะมีทั้งรสเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ในรสชาติเดียว ทำให้รับประทานได้อย่างเพลิดเพลิน และเอร็ดอร่อยตามรสนิยมเรื่องรสชาติของคนไทย
นอกจากนี้แล้วนั้นเมื่อเทรนด์การสร้างเฉดสีให้กับรสชาติอาหารกำลังมาแรง ประเภทของผงปรุงรสอาหารแบบเขย่าก็เริ่มมีหลากหลายมากขึ้น เช่น ผงปรุงรสอาหารปกติทั่วไป ผงปรุงรสอาหารแบบออแกนิค ผงปรุงรสอาหารสำหรับคนทานคีโต และผงปรุงรสอาหารสำหรับผู้บริโภคที่ท่านอาหารคลีน เป็นต้น
ความอร่อยไม่ใช่เรื่องของยุคสมัย
เกิดมาก็มีผงปรุงรสให้ปรงอาหารได้ง่ายๆ ทั้งสะดวก และทั้งเพิ่มความอร่อย แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในอดีตหลายศตวรรษที่ผ่านมา เครื่องเทศและผงปรุงรสนั้นมีค่าเทียบเท่ากับอัญมณีและโลหะเชียวนะ ฟังแล้วอาจดูแปลกที่สิ่งที่ดูธรรมดาอย่างเครื่องเทศและผงปรุงรสชาติอาหารนั้นมีค่าเท่ากับอัญมณีและโลหะเลยหรอ? เพราะอะไร? เพราะเครื่องเทศนั้นเป็นที่ต้องการของโลกเรามาตั้งแต่ยุคโรมันจนถึงยุคกลาง ซึ่งหมายความว่าเครื่องเทศนั้นได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เช่น ผงเครื่องเทศอบเชยที่เมื่อก่อน เจ้าเครื่องเทศนี้นับว่าเป็นหัวใจของการค้าเครื่องเทศ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการค้าโดยตรงระหว่างยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เครื่องเทศและผงปรุงรสชาติอาหารนั้นนับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในวงการอาหารของผู้คนในยุโรป การเข้ามาของเครื่องเทศและผงปรุงรสมีส่วนสำคัญที่เขามาเปลี่ยนให้อาหารที่จืดชืดและซ้ำซากจำเจถูกพบน้อยลงมาก เนื่องจากเครื่องเทศกลายเป็นอีกหนึ่งวิธีในการใช้เสกสรรอาหารชั้นยอด และเป็นอีกหนึ่งวิธีที่นิยามความหมายของความมั่งคั่ง มั่งมี และร่ำรวยอำนาจในสมัยก่อน ผู้ที่มีเครื่องเทศ ก็เปรียบเหมือนผู้ที่มีอัญมณีและโลหะที่มีค่านั้นเอง นอกจากนี้ยังพบว่า เครื่องเทศและผงปรุงรสชาติอาหารถือกำเนิดเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ ซึ่งชาวอียิปต์โบราณในสมัยอดีตนั้นมักจะนิยมใช้เครื่องเทศและผงปรุงรสในการถนอมอาหารและประกอบอาหารสำหรับรับประทานอีกด้วย
ในอดีตการเข้าถึงเครื่องเทศหรือแม้แต่ผงปรุงรสชาติอาหารนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าการประกอบอาหารของคนในสมัยก่อนนั้นจะอร่อยได้อย่างไร ถ้าหากไม่มีผงปรุงรส เพราะในปัจจุบันของเรา แทบจะทุกครัวเรือนนั้นจะมีผงปรุงรสติดบ้านเอาไว้ เนื่องจากสะดวกในการประกอบอาหาร ทำให้รสชาติอาหารอร่อยขึ้นได้ และมีส่วนสำคัญในการช่วยลดขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบลง แต่กลับเพิ่มความอร่อยให้กับอาหารมากขึ้น แล้วอย่างนี้ คนสมัยก่อนจะมีผงปรุงรสไหมนะ? วันนี้เราจะพาคุณนั่งไทม์แมทชีนกลับไปย้อนดูการเดินทางของเครื่องเทศจนนำมาสู่ผงปรุงรสนั้นเป็นอย่างไร
มนุษย์ในยุคแรก
ตามข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้มากมายเกี่ยวกับการใช้สมุนไพร และเครื่องเทศ ในอดีตนั้นผู้คนมักใช้ สมุนไพร และเครื่องเทศ เพื่อประโยชน์ทางสุขภาพมากกว่าความอร่อย ใช่แล้ว ผงปรุงรสในสมัยมนุษย์ยุคแรกนั้นคือ สมุนไพร และเครื่องเทศนั้นเอง เมื่อ 6 ล้านปีก่อนนั้น มนุษย์ในยุคแรกนอกจากจะมีการเก็บเกี่ยวพืชผลสำหรับนำมาประกอบอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตแล้ว ก็เริ่มมีวิวัฒนาการร่วมกับพืชดอกในโลกรอบๆตัว การค้นพบการปรุงอาหารโดยบังเอิญเกิดจาก นักล่าและคนเก็บผลไม้นั้นจะห่อเนื้อสัตว์ด้วยใบไม้ที่นำมาจากพุ่มไม้ ซึ่งนั้นทำให้บังเอิญค้นพบว่านี้เป็นกระบวนการที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อสัตว์ เช่นเดียวกันกับถั่ว เมล็ดพืช ผลเบอร์รี่ และเปลือกไม้บางชนิดเมื่อนำมาห่อด้วยใบไม้ก็จะมีรสชาติเปลี่ยนไป ยังพบว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการใช้เครื่องเทศและสมุนไพร เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆอีกด้วย พวกเขายังใช้เป็นวิธีปกปิดรสชาติ และกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ของอาหาร และต่อมา เพื่อรักษาความสดของอาหาร ในอารยธรรมโบราณนั้นเขาไม่ได้สนใจว่าเครื่องเทศหรือสมุนไพรชนิดใดที่ใช้สำหรับปรุงแต่งกลิ่น รสชาติกับที่ใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ ข้อเพียงแค่ใบ เมล็ดพืช และรากของพืช นั้นมีรสชาติที่ถูกใจหรือมีกลิ่นหอม พืช ใบ หรือผลเหล่านั้นก็จะกลายมาเป็นที่ต้องการและค่อยๆ กลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับวัฒนธรรมนั้นในฐานะสารเพิ่มรสชาติให้กับอาหารนั่นเอง
ในสมัยพระคัมภีร์ไบเบิล
ตั้งแต่รุ่งอรุณในสมัยพระคัมภีร์ไบเบิล (ศตวรรษที่ 17 ก่อนคริสต์ศักราช) เครื่องเทศเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบูชาทางศาสนา พิธีฝังศพ ยารักษาโรค การค้า รวมถึงเครื่องปรุงรส เครื่องเทศที่นิยมใช้ในยุคนี้ก็คือ อบเชยและหญ้าฝรั่น ซึ่งในปี 1,000 ปีก่อนคริสตกาลนี่เอง ที่พระราชินีแห่งชีบาได้เข้าเฝ้ากษัตริย์โซโลมอนในกรุงเยรูซาเลม และได้ถวายทองคำหนัก 120 ตัน พร้อมกับเครื่องเทศอีกมากมาย จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะในยุคสมัยได้การปรุงรสชาติอาหารให้อร่อยก็ถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องเงินและทองเลย อีกทั้งยังสามารถบ่งบ่องความเจริญผ่านเครื่องเทศอีกด้วย
อียิปต์โบราณ
บันทึกเกี่ยวกับการปฏิบัติทางการแพทย์ของชาวอียิปต์โบราณอย่าง Ebers Papryus (1500 ปีก่อนคริสตกาล) ได้กล่าวอ้างถึงการรักษาทางการแพทย์ที่ประกอบด้วยผักชี ยี่หร่า กระเทียม สะระแหน่ งาดำ และหัวหอม ซึ่งได้บันทึกไว้ว่าหัวหอมและกระเทียมนั้นมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากคนงานที่สร้างมหาพีระมิดแห่งกีซานั้นมักจะบริโภคหัวหอมและกระเทียม เพื่อช่วยให้สุขภาพเเข็งแรงประดุจดั่งเครื่องชูกำลัง ชาวอียิปต์ชอบปรุงรสอาหารด้วยกระวานและอบเชย ซึ่งได้มาจากเอธิโอเปีย
ต้นกำเนิดของอินเดีย
ว่ากันว่าในสมัยยุคบุกเบิกของอินเดียนั้นชาวอินเดียนแดงใช้เครื่องเทศและสมุนไพร เช่น พริกไทยดำ อบเชย ขมิ้น และกระวานมาเป็นเวลาหลายพันปี ไม่ว่าจะทั้งในด้านการประกอบอาหาร เพื่อดำรงชีพ และเพื่อสิ่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง เครื่องเทศที่มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย เช่น กระวานและขมิ้น ได้รับการปลูกและสืบทอดกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสต์ศักราชในสวนของบาบิโลน
กรีกโบราณและโรม
ในสมัยชาวกรีกโบราณนั้นชาวกรีกโบราณได้นำเข้าเครื่องเทศมาจากทางทิศตะวันออก เช่น พริกไทย ขี้เหล็ก อบเชย และขิง เพื่อส่งไปยังพื้นที่เมดิเตอร์เรเนียน พวกเขายังบริโภคเครื่องเทศหลายชนิดที่ผลิตในประเทศเพื่อนบ้านตัวเอง ตัวอย่างเช่น ยี่หร่าและเมล็ดงาดำสำหรับการทำขนมปัง ยี่หร่าสำหรับการทำซอสน้ำส้มสายชู ผักชีเป็นเครื่องปรุงรสสำหรับอาหารและไวน์ และสะระแหน่เป็นเครื่องปรุงรสสำหรับซอสหมักเนื้อ นอกจากเครื่องเทศที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังพบว่า กระเทียมมักจะถูกใช้อย่างแพร่หลาย โดยคนในชนบทมักจะนิยมนำมาใช้เพื่อการปรุงอาหารอีกด้วย
อิทธิพลของอาหรับและมุสลิม
สมัยก่อนจะมีการใช้เครื่องเทศเป็นแหล่งค้าขาย มีการค้นพบว่าในสมัยอาณาจักรโรมันโบราณมีการสร้างเส้นทางการค้ากับอาระเบีย ผู้ซึ่งเป็นผู้ค้าในการจัดหาขี้เหล็ก อบเชย และเครื่องเทศอื่น ๆ และจงใจเก็บแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ไว้เป็นความลับไว้ เนื่องจากมีความตั้งใจที่จะทำการผูกขาดการค้าเครื่องเทศ และนอกจากนี้ชาวอาหรับได้แต่งเรื่องเล่าที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเครื่องเทศว่าวิธีที่พวกเขาได้รับเครื่องเทศมานั้นมันต้องใช้ความพยายามขนาดไหน ทั้งนี้ก็เพื่อรักษามูลค่าทรัพยากรของพวกเขาให้สูงอยู่ตลอด พวกเขายังคงเก็บต้นกำเนิดไว้เป็นความลับ ซึ่งกินเวลาหลายศตวรรษ ในยุคนี้มักจะใช้เครื่องเทศและสมุนไพร เพื่อจัดทำสารสกัดแต่งกลิ่นมากกว่าประกอบอาหาร
ยุโรปยุคกลาง
ในช่วงต้นของยุคกลาง (ก่อนสงครามครูเสด) เครื่องเทศของเอเชียในยุโรปนั้นมีราคาแพงและผู้ที่ได้ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นเศรษฐีกันทั้งนั้น หญ้าฝรั่น 1 ปอนด์ราคาเท่ากับม้า ขิง 1 ปอนด์เท่าราคากับแกะ กระบอง 2 ปอนด์ราคาเท่ากับวัว ตารางราคาดั้งเดิมของปี ค.ศ. 1393 นั้นแสดงให้เห็นว่าลูกจันทน์เทศ 1 ปอนด์ราคาเท่ากับวัว 7 ตัว
พริกไทยดำ รวมถึงเครื่องเทศและสมุนไพรอื่นๆ มักใช้เป็นค่าเงินในการซื้อขายสินค้า ชาวยุโรปตะวันออกจ่ายพริกไทย 10 ปอนด์เพื่อเข้าถึงการค้ากับพ่อค้าในลอนดอนทั่วทั้งยุโรป เมล็ดพริกไทยแต่ละเม็ดได้รับการยอมรับเป็นสกุลเงินในการชำระภาษี ค่าผ่านทาง และค่าเช่า ซึ่งส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะการขาดแคลนเหรียญ เมืองในยุโรปหลายแห่งเก็บพริกไทยเข้าบัญชีไว้ ส่วนเจ้าสาวก็ได้รับพริกไทยเป็นสินสอดทองหมั้น และเจ้าของบ้านบางคนจะได้รับค่าเช่าเป็นพริกไทยเมื่อสงครามครูเสดเข้ามา (ค.ศ. 1095-1492) การแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างประเทศกลายเป็นเรื่องปกติ เครื่องเทศที่นำเข้าจากเอเชียส่วนใหญ่ เช่น พริกไทย ลูกจันทน์เทศ กานพลู และกระวานค่อยๆ มีราคาถูกลง และมีจำหน่ายแพร่หลายมากขึ้น บทบาทของเครื่องเทศส่วนใหญ่นั้นมักถูกนำมาใช้เพื่ออำพรางรสชาติและกลิ่นที่ไม่ดี ไวน์ที่ทำมาจากเครื่องเทศก็เป็นที่นิยมเช่นกัน บุคคลสำคัญในการพัฒนาและปลูกสมุนไพรในท้องถิ่น คือ กษัตริย์แห่งฝรั่งเศสและจักรพรรดิแห่งตะวันตก ชาร์เลอมาญ (ค.ศ. 742-814) เขาเป็นผู้นำคนแรกที่ให้เกษตรกรปลูกสมุนไพรที่ใช้ประกอบอาหารมากมาย เช่น โป๊ยกั๊ก ยี่หร่า เฟนูกรีก เสจ โหระพา ผักชีฝรั่ง และผักชี
อาณานิคมของอเมริกา
เครื่องเทศของชาวยุโรปเป็นส่วนหนึ่งของอาหารหลักที่ผู้ตั้งถิ่นฐานยุคแรกนำเข้ามายังอาณานิคมของอเมริกา เจมส์ทาวน์ เวอร์จิเนีย ผู้ก่อตั้งกัปตันจอห์น สมิธ (ค.ศ. 1580-1631) เขียนเกี่ยวกับเครื่องเทศ เช่น แซสซาฟราส และหัวหอม ซึ่งชาวอเมริกันพื้นเมืองใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ นอกจากนี้ ชาวอาณานิคมอเมริกันได้รวม Sassafras (ซาสซาฟราส ต้นไม้ผลัดใบมีคุณสมบัติของกลิ่นหอม) ไว้เป็นส่วนประกอบหลักสำหรับรูตเบียร์และใช้ในอาหารครีโอลด้วย ในปลายศตวรรษที่ 18 สหรัฐอเมริกาเข้าสู่การค้าเครื่องเทศของโลก ภาษีและข้อจำกัดทางการค้าของอังกฤษในยุคอาณานิคมไม่ได้ขัดขวางการค้าของอเมริกาอีกต่อไป พวกเขาแลกเปลี่ยนปลาแซลมอนอเมริกัน ปลาคอด ยาสูบ ยานัตถุ์ แป้ง สบู่ เทียนไข เนย ชีส และเนื้อวัวเป็นเครื่องเทศ เช่น พริกไทย ขี้เหล็ก กานพลู อบเชย และขิง เมืองซาเลม รัฐแมสซาชูเซตส์มีความเจริญรุ่งเรืองในการค้าพริกไทยเกาะสุมาตราและได้กำไรมหาศาลจากการเก็บภาษีและการขาย (ค.ศ. 1797-1846) พริกไทยปริมาณมหาศาลส่วนใหญ่ถูกส่งออกซ้ำไปยังท่าเรือในยุโรป (สตอกโฮล์ม โกเธนเบิร์ก ฮัมบูร์ก โคเปนเฮเกน และแอนต์เวิร์ป) หรือถูกถ่ายโอนไปยังฟิลาเดลเฟีย บอสตัน และบัลติมอร์ เพื่อดำเนินการและจัดจำหน่ายโดยพ่อค้าและผู้ส่งออกชาวอเมริกันรายอื่นๆ สินค้าเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการบันทึกสำหรับหนึ่งในกองของซาเลม คือพริกไทย 500 ตัน ซึ่งนำมาจากเกาะสุมาตราถึงเซเลมในปี 1806
การใช้เครื่องเทศในสมัยใหม่
ในยุคนี้นั้นแตกต่างจากสมัยก่อนที่การผูกขาดครอบงำการค้าเครื่องเทศอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันการค้าเครื่องเทศค่อนข้างกระจายอำนาจ ทั่วโลก เครื่องเทศและสมุนไพรมักถูกใช้ในการประกอบอาหาร ซึ่งวัตถุประสงค์ก็เพื่อปรับปรุงรสชาติ และเพื่อให้ได้รสชาติใหม่ๆ เครื่องเทศสามารถพบได้ทุกที่ และถูกนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอยู่เสมอ เช่น ผงปรุงรส นอกจากนี้ ในยุคสมัยนี้ผู้คนยังมีความสนใจต่อเครื่องเทศและสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย ข้อมูลจากปี 2015 ระบุว่า 5-10% ของผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากพืช เช่น เครื่องเทศ เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ แนวทางการบริโภคอาหารของสหรัฐอเมริกาปี 2020-2025 สำหรับชาวอเมริกันระบุว่า “เครื่องเทศและสมุนไพรสามารถช่วยให้อาหารมีรสชาติเมื่อลดน้ำตาล ไขมันอิ่มตัว และโซเดียมที่เติมลงไป และยังสามารถเพิ่มอรรถรสของอาหารได้อีกด้วย หนึ่งในการพัฒนาที่มีแนวโน้มมากที่สุดสำหรับเครื่องเทศในยุคปัจจุบัน คือ การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนประโยชน์ต่อสุขภาพ การวิจัยแสดงให้เห็นว่าเครื่องเทศและสมุนไพรในการทำอาหารอาจมีคุณประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น สุขภาพของหัวใจ ความรู้ความเข้าใจ และการควบคุมน้ำหนัก ตลอดจนปรับปรุงคุณภาพอาหารด้วยการทำให้อาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมากขึ้น และนั่นแสดงให้เห็นว่า เครื่องปรุงรสหรือเครื่องเทศนั้นถูกค้นพบแล้วใช้มานานแล้ว ไม่ว่าใช้ในการรักษาสุขภาพ และใช้ในการแต่งกลิ่นหรือปรุงรสชาติอาหารให้อร่อย เพราะความอร่อยไม่ใช่เรื่องของยุคสมัย ไม่ว่าคุณจะเกิดในสมัยใด คุณจะชื่นชอบการรับประทานหารที่อร่อยและรสชาติดี คนในสมัยก่อนก็เช่นกัน เมื่อเปรียบเทียบกับคนในอดีตที่กว่าจะเข้าถึงเครื่องเทศก็ต้องรอสินค้าส่งผ่านเรือขนส่งเป็นเวลานาน ผงปรุงรสสำหรับปรุงรสในการประกอบอาหารนั้นในปัจจุบันสามารถเข้าถึงได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และแพร่หลาย อีกทั้งยังมีความปลอดภัย และมาตรฐานที่ทำให้เราสบายใจในการบริโภคอีกด้วย สามารถหาซื้อได้ทุกที่ตั้งแต่ตามชั้นขายของในซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าหน้าปากซอยแถวบ้านคุณที่คุณสามารถซื้อกลับบ้านได้ทันที หรือแม้แต่ความสะดวกอย่างช่องทางการสั่งสินค้าออนไลน์ ก็ล้วนแต่สนับสนุนให้คุณได้สัมผัสถึงรสชาติอาหารที่ถูกปรุงให้อร่อยขึ้นได้
ผงชูรส vs ผงปรุงรส เหมือนหรือต่างกัน?
ผงชูรสคืออะไร?
ผงชูรสเป็นเครื่องปรุงรสที่ใช้เพื่อเพิ่มรสชาติของอาหาร มีการใช้ผงชูรสกันอย่างแพร่หลายในประเทศแถบเอเชีย โดยเฉพาะในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไทย และมาเลเซีย ผงชูรสได้มาจากกรดกลูตามิก ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบได้ตามธรรมชาติในอาหารหลายชนิด รวมถึงผัก ผลไม้ และแม้แต่ในน้ำนมแม่ ผงชูรสถูกผลิตขึ้นโดยผ่านกระบวนการหมักและนำมาซึ่งเนื้อสัมผัสรสเผ็ดร้อนที่เรียกว่า อูมามิ
ผงปรุงรสที่เราเห็นอยู่ทั่วไปตามท้องตลาดไม่ว่าจะเป็นยี่ห้ออะไรล้วนแล้วแต่เป็นผลิตภัณฑ์ปรุงแต่งรสและกลิ่นอาหารหรือวัตถุเจือปนอาหารที่ใส่ลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่น สี หรือรสชาติให้แก่อาหาร โดยผงปรุงรสจะทำจากการนำเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่นหมู ไก่ หรือพืชเช่นเห็ดหอม มะนาว โดยจะมีการผสมคลุกเคล้าหรือหมักรวมกับเครื่องเทศและเครื่องปรุงรสต่างๆ เช่น กระเทียม พริกไทย น้ำมันพืช แป้งมัน เกลือ ซอสปรุงรส ซีอิ๊ว ผงชูรส สารแต่งกลิ่น จากนั้นจะนำไปผ่านกรรมวิธีให้ความร้อนและกรรมวิธีบดให้เป็นผงเพื่อบรรจุหีบห่อจำหน่ายต่อไป ปัจจุบันผงปรุงรสถูกออกมาในหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งแบบก้อน ผงแห้ง และแบบเหลวข้นหนืด พร้อมใส่ปรุงแต่งรสต่างๆ เพื่อให้สะดวกต่อการปรุงรสชาติอาหาร จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะพ่อบ้านแม่บ้านที่ต้องการรักษารสชาติของอาหารให้มีความคงที่ และเหมือนเมนูที่ต้องการทำ ความสะดวกรวดเร็วในการปรุงอาหาร และรสชาติที่อร่อย จากคำอธิบายเบื้องต้นที่ได้นำเสนอไป จะพบได้ว่า ทั้งผงชูรส และผงปรุงรสอาหารนั้นต่างกันอย่างไร ผงปรุงรสและผงชูรสเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่แตกต่างกัน กล่าวคือ ผงปรุงรสนั้นมีส่วนผสมของวัตถุดิบต่างๆ ทั้งเนื้อสัตว์ พืช และอาจจะมีสารอื่นๆ เช่น ผงชูรส สารแต่งกลิ่นอื่นๆ ที่ผสมลงไปด้วย ในขณะที่ผงชูรสนั้นจะมีส่วนผสมหลักแค่โมโนโซเดียมกลูตาเมต (MSG) เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้บางผงปรุงรสก็อาจจะมีผงชูรสเป็นส่วนประกอบหนึ่งของผงปรุงรสก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในปัจจุบัน มีการคิดค้นผงปรุงรสที่ไม่ผสมผงชูรสด้วยแล้วสำหรับผู้ที่แพ้ และสร้างทางเลือกในการรับประทานอาหารมากขึ้น สิ่งที่คล้ายกัน คือ ทั้งผงชูรส และผงปรุงรสอาหารนั้นเป็นที่นิยมในการนำมาปรุงรสชาติอาหาร เพื่อช่วยให้อาหารมีรสชาติที่ดี กลมกล่อม เสกสรรค์เมนูต่างๆได้อย่างง่ายดาย สะดวก และรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถหาซื้อได้ง่าย และไม่ยุ่งยากอีกด้วย
ผงชูรสดีต่อสุขภาพหรือ ทำไมถึงเป็นที่ถกเถียงกัน?
ผงชูรส ถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร เป็นเครื่องปรุงรสที่ใช้เพื่อเพิ่มรสชาติของอาหาร ซึ่งในประเทศไทยจะนิยมการใช้ผงชูรสกันอย่างแพร่หลาย แทบจะเป็นเครื่องปรุงรสที่ทุกบ้านต้องมีติดเอาไว้ทุกบ้าน เพราะช่วยเพิ่มรสชาติอูมามิให้กับอาหารมื้อโปรดของคุณได้ แต่การบริโภคเกินพอดีอาจส่งผลเสียได้ เราไปดูผลที่เกิดขึ้นหากเรารับประทานผงชูรสเกินความต้องหารของร่ายกายมากเกินไป มีดังนี้
- ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายและอาจก่อให้เกิดพิษได้
ผงชูรสเป็นกลูตาเมตแปรรูป (กรดดี-กลูตามิก) กลูตาเมตที่ผ่านกระบวนการจะถูกแยกออกและมีกรดกลูตามิกเข้มข้นสูงซึ่งผ่านกระบวนการในร่างกายแตกต่างจากกลูตาเมตตามธรรมชาติอย่างมาก ซึ่งเจ้ากรดกลูตามิกอิสระสามารถดูดซึมได้ง่ายเนื่องจากไม่จับกับโปรตีน และสามารถเพิ่มระดับกลูแทมในเลือดได้อย่างรวดเร็ว
- ผงชูรสใช้กระบวนการผลิจซับซ้อน
ผงชูรสผลิตขึ้นโดยผ่านกระบวนการหมักกลั่น ซึ่งถือว่ามีขั้นตอนการเเปรรูปเยอะเกินไปอาจไม่ดีต่อสุขภาพนัก หากรับประทานเกินปริมาณ และความพอดี
- ผงชูรสเป็นสารขับสารพิษ
ผงชูรสเข้ามามีบทบาทในการกระตุ้นเซลล์ของเรามากเกินไปจนอาจทำให้สมองเสียหายซึ่งเชื่อมโยงกับโรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน และอื่นๆ ผงชูรสอาจทำให้เกิดผลเสียอื่นๆ เช่น โรคอ้วน ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง ทำลายดวงตา อ่อนเพลีย และหอบหืด
- ผงชูรสอาจทำให้เกิดความหิวและความอยากคาร์โบไฮเดรต
ผงชูรสอาจกระตุ้นตัวรับที่พบในลิ้นและระบบทางเดินอาหาร กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนควบคุมความอยากอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ทางองค์การอาหารและยา รวมถึงองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ผงชูรสนั้นปลอดภัยที่จะนำมาปรุงแต่งอาหาร แต่ต้องระบุหลังฉลากให้แก่ผู้บริโภคให้ชัดเจน เพื่อแจ้งให้ผู้บริโภคทราบก่อนจะซื้อมารับประทาน
แล้วการใช้ผงปรุงรสแบบเขย่าในการปรุงอาหารมีประโยชน์ต่อสุขภาพไหมนะ?
หากเราพูดถึงผงปรุงรสชาติอาหารแบบเขย่านี้มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา แม้ว่าส่วนผสมเหล่านี้สามารถเพิ่มรสชาติและความลึกให้กับอาหารได้มากมาย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการบริโภค ซึ่งวันนี้ เราจะสำรวจประโยชน์ต่อสุขภาพและความเสี่ยงของการใช้ผงปรุงรสในการปรุงอาหารกัน
- ช่วยเพิ่มเฉดสีรสชาติความอร่อยให้กับมื้ออาหารของคุณ
ประโยชน์หลักๆในประการแรกของการใช้ผงปรุงรสอาหารแบบเขย่า คือ สามารถเพิ่มรสชาติให้กับอาหารได้มากมาย วิธีนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคที่พยายามรับประทานผักหรือโปรตีนเพื่อสุขภาพให้มากขึ้น เนื่องจากเครื่องปรุงรสที่ผสมผสานกันจะทำให้อาหารเหล่านี้น่ารับประทานยิ่งขึ้น และส่งเสริมความอยากอาหารมากขึ้น
- ส่งเสริมการกินเพื่อสุขภาพ
การใช้เครื่องปรุงรสในการปรุงอาหารยังสามารถส่งเสริมนิสัยการกินที่ดีต่อสุขภาพได้อีกด้วย คุณอาจะเคยพบว่า การเบื่ออาหารนั้นทำให้เรารับประทานอาหารได้น้อยลง ส่วนหนึ่งก็มาจากรสชาติอาหารที่จำเจ ไม่หลากหลาย สร้างความเบื่อหน่ายในการรับประทาน และลดความอยากรับประทานลง แต่เมื่ออาหารเพื่อสุขภาพที่เราต้องกินนั้นมีรสชาติดี คนก็มีแนวโน้มที่จะกินมันมากขึ้น คุณสามารถทำให้อาหารเพื่อสุขภาพมีรสชาติที่ดึงดูดใจมากขึ้นและกระตุ้นให้ผู้คนรับประทานอาหารเหล่านี้มากขึ้น
- สามารถลดความจำเป็นในการเติมเกลือ
ประโยชน์อีกประการของการใช้เครื่องปรุงรสผสมในการปรุงอาหารคือสามารถลดความจำเป็นในการเติมเกลือได้ เครื่องปรุงรสหลายชนิดมีเกลือเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งสามารถให้รสเค็มโดยไม่ต้องใช้เกลือเพิ่มเติมในการปรุงอาหาร สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่พยายามลดปริมาณโซเดียม
- ให้สารอาหารที่หลากหลาย
เครื่องปรุงรสหลายชนิดมีส่วนผสมของสมุนไพรและเครื่องเทศหลายชนิด ซึ่งสามารถให้สารอาหารได้หลากหลาย ตัวอย่างเช่น ออริกาโนมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ในขณะที่ขมิ้นมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ด้วยการใช้เครื่องปรุงรสที่หลากหลายในการปรุงอาหาร คุณสามารถเพิ่มปริมาณสารอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้ได้ และแน่นอนว่าการรับประทานอาหารจำพวกใดจำพวกหนึ่งจำนวนมากเกินไปก็ย่อมก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคภัยต่างๆที่มาจากการเลือกรับประทานอาหารไม่หลากหลาย เช่น ความเสี่ยงประการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการใช้ผงปรุงรสคืออาจมีโซเดียมสูง เครื่องปรุงรสหลายชนิดมีเกลือเป็นส่วนประกอบหลัก ในปัจจุบันในประเทศไทยพบคนที่มีความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องมาจากการกินอาหารที่มีส่วนผสมของโซเดียมมากเกินปริมาณที่กำลังในแต่ละวัน ซึ่งอาจส่งผลต่อความดันโลหิตสูงและปัญหาสุขภาพอื่นๆ สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกรับประทานอาหาร คือ ต้องอ่านฉลากและเลือกเครื่องปรุงรสผสมโซเดียมต่ำเมื่อเป็นไปได้ ซึ่งถ้าหากเราเลือกรับประทานอาหารอย่างหลากหลาย ดูฉลากอาหารให้เป็น บริโภคแต่น้อย และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เราก็จะสามารถสนุกสนานกับการรับประทานได้อย่างปลอดภัย
ทำไมผงปรุงรสแบบเขย่าจึงได้รับความนิยม?
หากคุณทอดไก่ทอดสักหนึ่งจาน แต่นึกไม่ออกว่าจะทำไก่ทอดจิ้มซอสอะไร จะซอสมะเขือเทศก็น่าเบื่อเต็มทน จะน้ำจิ้มไก่ก็จำเจ การที่ทอดไก่เสร็จแล้วนำมาคลุกผงปรุงรสตามรสชาติที่ชื่นชอบอาจจะถือว่าเป็นอีกหนึ่งหนทางที่ลดความจำเจในมื้ออาหารของคุณได้น้อยลงไป แถมยังสะดวก และหาซื้อง่ายอีกด้วย ความสำคัญของผงปรุงรสชาติอาหารแบบเขย่านี้ ช่วยสร้างรสชาติที่ลึกล้ำและผสมผสานส่วนผสมต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความสมดุลของอาหารที่น่ารับประทาน ปรุงรสได้ทั้งแบบหวาน เผ็ด เปรี้ยวหรือขม หากไม่มีผงปรุงรสชาติอาหารนี้ อาหารจานที่เราชอบรับประทานก็อาจจะจืดชืดได้ การเลือกใช้ผงปรุงรสชาติอาหารแบบเขย่า จึงอาจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการสร้างอาหารรสชาติเยี่ยม และนั้นทำให้ผงปรุงรสอาหารแบบเขย่าหรือคลุกนั้นได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปรุงรสอาหารได้อย่างหลากหลาย มีหลายรสชาติให้เลือกสำหรับปรุงรสชาติของอาหาร ไม่ว่าจะเป็นผงรสต้มยำ ผงรสลาบ ผงรสชีส ผงรสโรสาหร่าย ผงรสหม่าล่า ผงรสไข่เค็ม ผงรสไก่เผ็ด ผงรสปาปริก้าชนิดเข้มข้น ผงรสวิงซ์แซ่บ ผงรสรสซาวครีมและหัวหอม เป็นต้น จึงให้ผู้บริโภคในปัจจุบันนิยมใช้ผงปรุงรสสำเร็จรูปในการประกอบอาหารในปริมาณสูงมาก เนื่องจากตอบสองไลฟ์สไตล์ความสะดวกในการปรุงอาหาร ขั้นตอนไม่ซับซ้อน และรวดเร็ว มีราคาถูก แต่รสชาติแพง รวมไปถึงรสชาติที่ถูกปาก ง่ายต่อการรับประทาน โดยปัจจุบัน ผงปรุงรสอาหารแบบเขย่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคและยังมีแนวโน้มการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะอร่อยถูกใจผู้บริโภคทุกระดับไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น วัยกลางคน วัยทำงาน ไปจนถึงวัยชรา และเหมาะสำหรับประกอบอาหารได้หลายงานไม่ว่าจะงานปาร์ตี้ งานเลี้ยงบริษัท งานบวช หรืองานแต่ง ซึ่งตามท้องตลาดทั่วไปคุณจะได้เห็นถึงกระแสตอบรับทีค่อนข้างดีของผงปรุงรสอาหารแบบเขย่าได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสามารถนำมาทำขายได้หลากหลายเมนูให้เลือกซื้อกัน โดยการใช้ผงปรุงรสชาติที่มีรสชาติดี จะยิ่งช่วยเพิ่มให้อาหารของผู้ขายมีความน่าสนใจ เป็นการยกระดับอาหารให้ดูน่าสนใจขึ้นมาอีกระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ การหาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผงปรุงรสอาหารนั้นก็สะดวก และง่าย เพราะสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าใกล้บ้าน ไปจนถึงร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน และตามห้างชั้นนำต่างๆ หรือแม้กระทั่งการสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ ก็ล้วนแต่สร้างความสะดวกในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ผงปรุสรสชาติแสนอร่อยนี้ได้
ทำไมจึงต้องใช้ผงโรยเฟรนฟรายส์ในการคลุกหรือเขย่า?
คุณอาจเคยทานเฟรนฟรานส์รสชาติที่คลุกกับเกลือเพียงเล็กน้อย คุณก็คิดว่ามันอร่อยแล้ว แต่การนำเฟรนฟรายส์ทอดร้อนๆ กรอบๆ มาคลุกเคล้าเข้ากับผงปรุงรสอาหารแบบเขย่านี้อาจจะสร้างมิติใหม่ในการรับประทานเฟรนฟรายส์แบบสไตล์เดิม ๆ ของคุณให้มีรสชาติอร่อย หลากหลาย และถูกปากมากขึ้นไม่เพียงแต่สร้างรสชาติที่แปลกใหม่แบบไม่่ซ้ำจำเจเท่านั้น รสชาติของอาหารและการใช้วัตถุดิบที่ไม่คงที่นับว่าเป็นอุปสรรคในการปรุงอาหารให้อร่อยอย่างเสมอต้นและปลาย ผงโรยรสชาติต่างๆ ถูกออกแบบมาให้คุณสามารถรักษามาตราฐานรสชาติอาหารของคุณได้ ซึ่งในปัจจุบันมีผงปรุงรสแบบเขย่ามากมายที่เมื่อนำมาคลุกปรุงกับเฟรนฟรายส์ร้อนๆ ให้ทั้งหอม และมีรสชาติที่ถูกปากขึ้น ผงรสต้มยำ ผงรสลาบ ผงรสชีส ผงรสโรสาหร่าย ผงรสหม่าล่า ผงรสไข่เค็ม ผงรสไก่เผ็ด ผงรสปาปริก้าชนิดเข้มข้น ผงรสวิงซ์แซ่บ ผงรสรสซาวครีมและหัวหอม เป็นต้น รสชาติต่างๆเหล่านี้ทำให้ต่อมรับรสชาติอาหารของคุณไม่เบื่ออีกต่อไปยิ่งถ้าหากเลือกใช้ผงเขย่าที่มีคุณภาพ รสชาติเข้มข้น มีกลิ่นหอม และรสชาติอร่อยถูกใจ ก็จะยิ่งทำให้เมนูเฟรนฟรายส์เขย่าผงนั้นมีความอร่อยเพิ่มมากยิ่งขึ้นวันนี้เราจึงมานำเสนอผงเขย่ารสชาติต่างๆ ที่คนไทยนิยมรับประทานมากที่สุดมาแนะนำกัน
ด้วยรสชาติที่เข้มข้น เผ็ดนิดๆ เค็มหน่อยๆ กลิ่นหอมของการปิ้งย่างของรสชาติบาร์บีคิวนั้นอร่อย รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย เพื่อความสะดวกในการปรุงรสชาติ เช่น การโรยอาหารหรือใช้เขย่าเมนูของทอดให้เข้าถึงผิวสัมผัสได้อย่างทั่วถึง จึงนิยมนำไปเป็นผงปรุงรสสำหรับเมนูเฟรนฟรายส์ ไก่ทอด มันทอด เป็นต้น คนส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ผงเขย่าบาร์บีคิว เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของรสอาหารที่รับประทาน
ผงเขย่าชีส ผงปรุงรสที่มีรสชีสเข้มข้น มีกลิ่นที่หอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โรยใส่อาหารประเภททอดได้ไม่ว่าจะเป็น เฟรนฟรายส์หรือไก่ทอด จะได้รสชาติที่กลมกล่อม และกลิ่นหอมของชีสที่ใครๆก็ชอบ เป็นรสชาติที่นิยมมากในกลุ่มเด็กๆ เพราะรสชาติชัดเจน เค็มๆ หอมๆ มีความเข้ากันได้อย่างลงตัว ซึ่งผงเขย่า รสชีส ตราชีสโตะ ตัวเนื้อของผงชีสจะมีความละเอียด ไม่จับตัวกันเป็นก้อน ได้รสชาติชีส เข้มข้น หอมกลิ่นชีส สามารถใช้คลุกกับอาหารได้หลากหลาย หากโรยใส่อาหารจะทำให้อาหารดูจัดจ้านมีสีสันสดใสดูน่ารับประทาน นำผงไปคลุกเฟรนส์ฟราย ไก่ทอด ไก่ป๊อป
ผงปาปริก้าทำมาจากพริกปาปริก้า ซึ่งเป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศฮังการีก่อนจะโด่งดังและเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ มีรสชาติเผ็ดๆ และมีกลิ่นหอมจากพริกปาปริก้า เนอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มรสชาติหรือสีสันให้อาหารแลดูสวยงามน่ารับประทานมากขึ้น ซึ่งคนไทยหลายคนได้มีการนำเอาผงปาปริก้ามาประกอบอาหารในเมนูต่าง รสชาติก็จัดจ้านกลมกล่อม มีรสที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ถ้าผงเขย่าที่มีรสชาติเข้มข้น กลิ่นชัดเจน ต้องผงเขย่า รสปาปริก้า ตราชีสโตะ รสชาติปาปริก้า เข้มข้น สามารถใช้คลุกกับอาหารได้หลากหลายและที่สำคัญผงเขย่าติดแน่น สีสวย น่ารับประทาน
ปฏิเสธไม่ได้ว่าวินาทีไม่มีใครไม่รู้จักรสชาติวิงแซ่บ เพราะความแซ่บของรสชาติวิงแซ่บนั้นได้แผ่กระจายไปทั่วทุกที ไม่ว่าจะในร้านไก่ทอดชื่อดังหรือร้านไก่ทอดคลุกผงแถวบ้านคุณ ต้องมีรสชาตินี้มาให้เลือกแน่นอน เพราะเอกลักษณ์ของเขาคือ รสชาติเผ็ดแซ่บ เปรี้ยวจี๊ด จัดจ้าน และเข้มข้น แถมมีกลิ่นข้าวคั่วทำให้ผงปรุงมีความหอมโดนใจ ทำเอาใครหลายๆคนติดใจในรสสัมผัสที่แซ่บจนต้องยกนิ้วให้ ซึ่งผงเขย่าที่แนะนำจะเป็น ผงเขย่า วิงแซ่บ สไปซี่ ตราชีสโตะจัง สินค้าน้องใหม่จากแบรนด์ชีสโตะ อร่อยแซ่บ ไม่ซ้ำใคร พกพาง่าย เขย่าเลย แซ่บ แซ่บ
- ผงเขย่ารสลาบ
ผงเขย่ารสลาบ อีกหนึ่งรสชาติที่อร่อยเด็ดทั้งเปรี้ยวและเผ็ดถูกจริตคนไทย ใช้ได้ทั้งเมนูไทยและประยุกต์ ไม่เพียงแต่จะโดดเด่นในภาคอีสานเท่านั้น แต่เป็นรสชาติที่คนไทยหลายคนที่ชอบรสชาติแซ่บๆนัวๆ รสชาติจัดจ้านถึงใจ รับประทานง่าย ก็ต้องชอบรสลาบกันทั้งนั้น
- ผงเขย่ารสโนริสาหร่าย
รสชาติที่ผ่านมาอาจจะมีเผ็ดบ้าง รสชาติจัดจ้านบ้าง แต่รสชาติโนริสาหร่ายนั้นแตกต่างกันออกไปจากรสชาติอื่นๆ เพราะให้รสชาติที่กลมกล่อม ไม่มีความเผ็ด ออกแนวหวานๆ เค็มนิดๆ และมีกลิ่นหอมของโนริสาหร่าย เรียกได้ว่า เป็นรสชาติโปรดของเด็กหลายๆคน เพราะทานง่าย และทานได้เพลิดเพลิน ผสมผสานเข้ากันได้ดีกับหลากหลายเมนูทานเล่น เช่น มันเกลียว เฟรนซ์ฟราย ข้าวโพดคั่ว หนังไก่ทอด ไก่ทอด ข้าวแต๋น มันฝรั่งทอด
- ผงเขย่ารสต้มยำ
รสชาติที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศไทยเเท้ๆ คนไทยหลายคนจึงนิยมเลือกรสชาติต้มยำมาเขย่ากับเมนูทานเล่น เพราะมีรสชาติจัดจ้านเป็นเอกลักษณ์ มีความเปรี้ยวนำ และกลิ่นหอมของใบมะกรูด ตะไคร้ และมะนาว ทำให้ทานแล้วเหมือนทานต้มยำอยู่จริงๆ แต่เปลี่ยนจากซดน้ำร้อนๆมาเป็นทานเป็นเมนูกินง่ายๆ มีรสชาติกลมกล่อม ถือว่าถูกใจคนไทยหลายคนเชียวแหละ
- ผงเขย่ารสไข่เค็ม
บ้านเรานั้นมีไข่เค็มที่เป็นของฝากขึ้นชื่อประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงเป็นรสชาติที่คนไทยคุ้นเคยกันดี ในช่วงปัจจุบันที่ผ่านมาความฮิตของไข่เค็มได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะมีการนำไข่เค็มมาผสมลงในอาหารหลากหลายชนิด เช่น ขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม หรือ ไอศกรีมรสไข่เค็ม จนมามีกระแสเมนูของทอดคลุกผงเขย่าไข่เค็ม ไข่เค็มจึงเป็นอีกหนึ่งในรสชาติยอดนิยมของคนไทย เพราะมีรสชาติเค็มนำ กลมกล่อม และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทำให้รับประทานได้เพลิดเพลิน และถูกใจหลายๆคน
เลือกซื้อและเลือกใช้ผงขย่าอย่างไร จึงจะเหมาะสมแก่ผู้บริโภค
ผงปรุงรสอาหารแบบเขย่านั้นเหมาะสำหรับขั้นตอนการทำอาหารขั้นสุดท้าย คือ การนำอาหารมาคลุกกับผงปรุงรสนี้ ซึ่งอาหารที่เหมาะแก่การนำมาคลุกเคล้ากับผงที่มีรสชาติชั้นเลิศนี้ คือ อาหารประเภททอด ซึ่งเราจะพบเห็นได้บ่อยตามอาหารสตีทฟู๊ดบ้านเรา ไม่ว่าจะขนมขบเคี้ยที่มีรสชาติจากผงปรุงรสรสชาติต่างๆ ไก่ทอด และเฟรนฟรายส์ ก็จะนำผงปรุงรสอาหารแบบเขย่านั้นมาช่วยเติมแต่งรสชาติ โดยทั่วไปแล้วนั้นการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคนั้นมักจะขึ้นกับความรู้สึกที่มีต่อผลิตภัณฑ์โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ การมองเห็น การฟังเสียง การดมกลิ่น การชิมรส และการสัมผัส ในการตัดสินว่าชอบหรือไม่ชอบผลิตภัณฑ์หรืออาหารสูตรนั้น ข้อดีของผงเขย่านั้น คือ มีหลากหลายรสชาติที่เป็นที่นิยมในประเทศไทย ได้แก่ ต้มยำ ลาบ บาร์บีคิว ชีส ข้าวโพด และวิงค์แซ่บ ซึ่งทำให้สามาถเลือกซื้อเพื่อนำไปประกออะไรได้อย่างหลากหลาย และปรับเข้ากับทุกเมนูได้ เช่น รสปาปริก้าที่มีรสเผ็ดหวานมักจะใช้ผสมกับของทอด เช่น ไก่ทอด เฟรนฟรายส์ รสข้าวโพดที่มักพบในขนมขบเคี้ยวคือข้าวโพดคั่ว รสชาติของชีสและบาร์บีคิวก็เข้ากันได้ดีกับของว่างประเภททอดที่ทำจากมันฝรั่ง รสชีสที่มักพบในขนมขบเคี้ยว คือ เชดดาร์ เป็นต้น ดังนั้น หากคุณต้องการทำอาหารให้ออกมาเอร็ดอร่อย การใช้ผงเขย่าเข้ามาช่วยอาจเป็นเรื่องที่ดี แต่เราจะเลือกซื้ออย่างไร และคุณสมบัติของผงปรุงรสชาติแบบเขย่าที่ดีควรเป็นอย่างไร วันนี้เราจะมาดูกัน
คุณสมบัติและประโยชน์ของผงปรุงรสที่ดี
สำหรับผู้ทำอาหาร และผู้บริโภคทั่วไป ผงปรุงรสแบบเขย่านั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยให้ประกอบอาหารได้ง่ายขึ้น สะดวก รวดเร็ว และรสชาติดี ใครๆก็ชื่นชอบ เพราะเป็นรสชาติที่ปรุงสำเร็จมาแล้ว ผู้บริโภคจึงไม่จำเป็นต้องปรุงรสเพิ่มไปมาให้เสียเวลา แถมยังไม่ได้รสชาติที่ต้องการอีก นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเงินในการซื้อวัตถุดิบอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อทำให้รสชาติอาหารครบเครื่อง แต่สิ่งที่กำลังมองหานั้นอยู่ในผงปรุงรสแบบเขย่านี้ทั้งหมด อีกมุมหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร ผงปรุงรสแบบเขย่านั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน เพราะเป็นตัวควบคุมความอร่อย และสร้างความหลากหลายให้กับรสชาติของอาหารในขั้นตอนสุดท้ายก่อนเสิร์ฟ์ และช่วยรักษาความคงที่ของรสชาติอีกด้วย ผงปรุงรสจะมีผลโดยตรงกับงบประมาณ ต้นทุนและแรงงานในครัวอีกด้วย ดังนั้นเมื่อต้องเลือกซื้อผงปรุงรสว่าใช้ยี่ห้อไหนดี เจ้าของร้านอาหารหรือเชฟจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยในการเลือกซึ่งหนีไม่พ้นคุณสมบัติและประโยชน์ของผงปรุงรสยี่ห้อนั้นๆ ว่ามีความหลากหลายและครอบคลุมการใช้งานหรือไม่
การเลือกซื้อผงปรุงรสแบบเขย่าสำหรับผู้ประกอบการ
- ทำได้หลากหลาย ผงปรุงรสที่ดีควรใช้ทำอาหารได้หลากหลายเมนู ให้ทุกจานมีรสชาติอร่อยเข้มข้น มีกลิ่นหอมเย้ายวนใจ
- ประหยัดเวลา เวลาเป็นสิ่งสำคัญในการทำอาหารขายทั้งในร้านอาหารหรือเดลิเวอรี่ ดังนั้น ผงปรุงรสแบบเขย่าที่ดีจึงต้อวช่วยให้ผู้ประกอบอาหารสามารถประกอบอาหารได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดเวลา ทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้ช่วยเชฟ ต้องใช้สะดวก สามารถแทนที่หรือช่วยลดจำนวนวัตถุดิบลง เพื่อลดนการจัดเตรียมวัตถุดิบลง นอกจากนี้ เพื่อช่วยลดขั้นตอนในการเตรียมวัตถุดิบและย่นเวลาในการปรุงอาหารได้เร็วขึ้น
- ประหยัดงบประมาณ การเตรียมวัตถุดิบเองมีผลอย่างยิ่งต่องบประมาณ เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหาร วัตถุดิบบางอย่างมีเป็นฤดูกาล เมื่อขาดแคลนหรือหาซื้อได้ยาก จะยิ่งเพิ่มต้นทุนจากวัตถุดิบจึงสูงขึ้นกว่าปกติ ดังนั้น ผงปรุงรสที่ดีจะช่วยให้ผู้ประกอบการร้านอาหารประหยัดงบประมาณ โดยราคาของผงปรุงรสชาติอาหารทั่วไปจะคงที่ตลอดทั้งปี ไม่ผันผวนอย่างวัตถุดิบสด และหากคำนวนต้นทุนเปรียมเทียบระหว่างเตรียมวัตถุดิบเพื่อปรุงรสเองกับใช้ผงปรุงรส ผงปรุงรสที่ดีจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด
- รสชาติคงที่ควบคุมได้ การเปิดร้านอาหาร ผู้ประกอบการต้องมั่นใจได้ว่าทุกๆ จานที่เสิร์ฟลูกค้านั้น รสชาติต้องคงที่ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้าในเรื่องรสชาติและให้ลูกค้าต้องการกลับมาใช้บริการอีกครั้ง ดังนั้นผงปรุงรสที่ดีจึงมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ทุกๆ จานรสชาติคงที่ตามสูตรของร้าน ทุกจานมีรสชาติเท่ากัน ไม่ต้องกังวลเรื่องรสชาติอาหารผิดเพี้ยนไม่ว่าจะเป็นใครปรุงก็ตาม
- ใช้วัตถุดิบที่ดี การใช้วัตถุดิบที่ดีในการปรุงอาหาร เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้อาหารอร่อย ซึ่งสามารถใช้ได้กับผงปรุงรสชาติอาหารเช่นกัน เพราะผงปรุงรสที่ใช้วัตถุดิบในการทำที่มีคุณภาพจะส่งผลอย่างยิ่งต่อกลิ่นและรสชาติซึ่งจะเป็นตัวชูโรงในอาหารแต่ละจาน ผู้ประกอบการจึงควรมองหาผงปรุงรสจากผู้ผลิตที่ใช้วัตถุดิบชั้นดีในกระบวนการผลิตผงปรุงรส
- ทันสมัย สะอาด และรับได้มาตรฐาน ผงปรุงรสชาติอาหารควรได้รับมาตรฐาน ซึ่งการมีมาตรฐานในการผลิตส่งผลให้อาหารมีหน้าตา รสชาติ และกลิ่นเย้ายวนใจ รสชาติไม่ผิดเพี้ยน ถูกต้องปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค และอุปโภค ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อผงปรุงรสชาติอาหาร จากผู้ผลิตที่ใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัย มีความรู้ความชำนาญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และมีคุณภาพมาตรฐานความสะอาดระดับโลก เพื่อให้เกิดความมั่นใจทั้งกับผู้ประกอบการร้านอาหารและลูกค้าที่มาใช้บริการว่าจะได้รับของคุณภาพนี้ไปรับประทาน ซึ่งในปัจจุบันนี้มีผู้ผลิตมากมายที่ผลิตผลิตภัณฑ์ผงปรุงรสชาติอาหารออกมาอย่างถูกหลักอนามัย และได้รับมาตรฐาน
สำหรับผู้บริโภค หรือ ทำอาหารเองที่บ้าน
- รสชาติ
โดยปกติแล้วรสชาติของผงปรุงรสชาติอาหารแบบเขย่านั้นมีมากหมายให้เลือก เช่น ผงรสชาติต้มยำ ผงรสชาติบาร์บีคิว ผงรสชาติลาบ รสชาติชีส เป็นต้น มีหลากหลายรสชาติที่นิยมกันมาก เราจึงควรเลือกซื้อผงปรุงรสชาติแบบเขย่าตามความพอใจ และชื่นชอบของเราว่าเราอยากให้มันออกมาแบบใด เช่น ถ้าอยากให้ไก่ป๊อปทอดมีรสชีส ก็สามารถเลือกซื้อผงปรุงรสชาติเขย่ารสชีสก็ได้
- อ่านเช็คส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อสักนิด
ส่วนผสมของผงปรุงรสนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะส่วนผสมของแต่ละยี่ห้อนั้นจะมีการระบุไว้ข้างบรรจุภัณฑ์แล้ว จึงทำให้ผู้บริโภคสามารถสำรวจได้ที่ข้างผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อ แน่นอนว่าการเลือกซื้อที่ดี เราควรเลือกส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติให้มากที่สุด และมีความอันตรายต่อเราน้อยที่สุด เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน และควรระวังสารปรุงแต่งอย่าง โมโนโซเดียมกลูตาเมต (Monosodium glutamate) หรือที่รู้จักกันในนามของผงชูรสนั้นเอง ซึ่งเรามักจะพบว่า ผงปรุงรสชาติอาหารหลายชนิดมีสารเพิ่มรสชาติที่มักเติมลงในอาหารกระป๋อง ซุป และเนื้อสัตว์แปรรูป สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้จัดให้ผงชูรสเป็นส่วนประกอบอาหารที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าปลอดภัย แต่การบริโภคยังควรต้องสำรวจอยู่ว่าควรบริโภคเท่าไหร่จึงจะดี และบริโภคเท่าไหร่จึงจะเกินความพอดี
ผงเขย่าเหมาะกับอาหารประเภทไหนได้บ้าง?
ถ้าหากพูดถึงผงปรุงรสแบบเขย่า เราก็จะนึกถึงไก่ทอดเจ้าดังที่คลุกมาในผงปรุงรสชาติที่อร่อยเป็นผงเคลือบไปที่หนังไก่กรอบๆ ร้อนๆ รับประทานได้อย่างเพลิดเพลินไม่รู้ ผงปรุงรสแบบเขย่าหรือคลุกอาหารนี้ สามารถใช้คลุกกับอาหารได้หลากหลาย เช่น นำผงไปคลุกเฟรนซ์ฟราย ไก่ทอด ไก่ป๊อป ดังนั้นเราสามารถนำผงปรุงรสชาติอาหารนี้ไปใช้กับอาหารประเภททอดเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะผงมีลักษณะแห้ง มีรสชาติเด่นชัดด้วยตัวมันเอง ไม่ต้องปรุงเพิ่ม และมีกลิ่นหอมอร่อยเย้ายวน แต่นอกจากนั้นแล้วเรายังมีเมนูที่รังสรรค์จากผงปรุงรสแบบเขย่ามาแจกสูตรให้กับทุกๆท่านในวันนี้ ไปดูกันเลย
เมนู: นมสดทอดเขย่าผงรสชีส
นมสดทอดเป็นเมนูทานเล่นที่เด็กๆชอบรับประทาน และเริ่มนิยมมาจากเมนูหลังโรงเรียนเลิก มีขั้นตอนการทำที่ง่าย วัตถุน้อย แต่สามารถทำออกมาให้อร่อยเพลิดเพลิน รับประทานได้ทั้งครอบครัว
ส่วนผสมในการทำเมนู
- แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
- นมสด 200 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 1ช้อนโต๊ะ
- ไข่ไก่ เบอร์ 0 1 ฟอง
- แป้งทอดกรอบ 5 ช้อนโต๊ะ
- เกล็ดขนมปัง
- น้ำมันสำหรับทอด
- ผงเขย่า รสชีส ตราชีสโตะสำหรับเขย่า
ขั้นตอนการทำ
ขั้นตอนที่ 1
นำแป้งข้าวโพด/น้ำตาล/นม มาผสมให้เข้า โดยเริ่มจากแป้งข้าวโพด จากนั้นใส่น้ำตาลลงไป 1 ช้อนโต๊ะ ถ้าหากชอบรสชาติหวานสามารถใส่น้ำตาลเพิ่มเข้าไปได้ในขั้นตอนนี้ จากนั้นคนผสมให้ทุกอย่างเข้ากันจนส่วนผสมที่เป็นผงนั้นละลาย หลังจากนั้นให้ท่านเตรียมตั้งไฟเพื่อกวนส่วนผสมต่อ ในขั้นตอนการกวนส่วนผสมนั้นควรใช้ไฟกลาง แล้วค่อยๆคนไปเรื่อย ๆ ประมาณไม่ถึง 5 นาที ให้เนื้องสัมผัสพอเหลว ในขั้นตอนนี้ควรระวังไม่ให้นมนั้นเดือดเกินไป เพราะจะทำให้เกิดการแยกชั้นของนม
ขั้นตอนที่ 2
เทส่วนผสมที่เข้ากันดีหลังจากอุ่นแล้วนั้นลงใส่กล่องทิ้งไว้ให้อุณหภูมิของส่วนผสมลดลงจนเย็น จากนั้นจึงค่อยนำส่วนผสมที่เย็นตัวลงแล้วนั้นไปแช่ในตู้เย็น 1 คืน เพื่อให้นมที่ผสมกับแป้งข้าวโพดนั้นเซตตัว แป้งข้าวโพดนั้นเป็นวัตถุสำคัญที่ช่วยให้ความหนืดจนเซ็ตอยู่ทรง ซึ่งกระบวนการนี้เกิดจากการน้ำแป้งมาโดนความร้อนจนถึงอุณหภูมิที่เกิดการเปลี่ยนแปลงค่าความหนืด เม็ดแป้งจึงเริ่มเกิดความหนืด
ขั้นที่ 3
เอาออกจากตู้เย็นนำส่วนผสมที่เซ็ตตัวออกมาตัดแบ่งเป็นสี่เหลี่ยมพื้นผ้าหรือท่านจะนำมาปั้นตามทรงที่ชื่นชอบก็ได้ในขั้นตอนนี้ จากนั้นนำนมมาชุบผงแป้งทอด ตามด้วยการชุบไข่ และชุบเกล็ดขนมปัง และกลับไปชุบไข่ใหม่ และกลับมาชุบเกล็ดขนมปังอีกครั้ง เพื่อให้ส่วนผสแห้งได้ปกคลุมไปทั่วทั้งนม เมื่อนำไปทอดจากทำให้นมไม่แตกแยกออกจากกัน ระหว่างที่กำลังเตรียมขั้นตอนนี้นั้นควรตั้งกระทะที่มีเทน้ำมันพอท่วมนม และตั้งเตาด้วยไฟกลาง เมื่อเห็นว่ากระทะร้อนได้จามที่เรากำหนดแล้วนั้น ให้เรานำส่วนผสมที่เราเตรียมไว้ลงไปทอดในนั้นมัน พยายามอย่าพลิกนมบ่อย เพราะจะทำให้อาหารเสียงทรง และเลพ แต่ให้ใช้วิธีคอยสังเกตุสีแล้วกลับด้าน ถ้าหากใช้ไฟแรงในขั้นนี้จะทำให้เกล็ดขนมปังไหม้ และถ้าหากไฟร้อนไม่พอก็จะทำให้เกล็ดขนมปังนั้นอมน้ำมัน
ขั้นตอนที่ 4
หลังจากทอดนมเสร็จจนเป็นสีเหลืองทองน่ารับประทานเสร็จแล้วให้นำมาพักสะเด็ดน้ำมันครู่หนึ่ง จากนั้นเตรียมนำผงเขย่า รสชีส ตราชีสโตะ ที่จะช่วยทำให้นมทอดของเราได้รสชาติชีส เข้มข้น หอมกลิ่นชีส เทใส่จานไว้เพื่อนำนมทอดมาคลุกเคร้าจนผงชีสนั้นปกคลุมไปทั่วจนเกิดสีสันน่ารับประทานซึ่งผงเขย่า รสชีส ตราชีสโตะ ใช้ง่ายๆ ไม่กี่ขั้น เเค่เทผงชีส ลงไปในอาหาร จะนั้นก็คลุกเคร้าให้เข้ากัน และพร้อมเสิร์ฟได้เลย
เมนู: กล้วยฉาบทอดกรอบเขย่า
เมนูกล้วยฉาบคลุกผงปาปริก้า เมนูที่เราหาซื้อได้ทั่วไป และเป็นเมนูที่ถูกจริตคนไทยอย่างมาก เพราะทั้งกรอบ และรสชาติดี ใครกินก็ติดใจ สามารถทานไปพร้อมกับดูหนังเรื่องโปรดได้อย่างเพลิดเพลิน ซึ่งการทำก็ง่าย เราไปดูส่วนผสมกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
ส่วนผสมในการทำเมนู
- กล้วยน้ำว้าดิบ
- น้ำเกลือ (สำหรับแช่กล้วย)
- ผงเขย่า รสปาปริก้า ตราชีสโตะ
- น้ำมันพืช
ขั้นตอนการทำ
ขั้นตอนที่ 1
นำกล้วยน้ำว้าดิบมาปอกเปลือก และแช่ไว้ในน้ำสะอาดที่ผสมเกลือเล็กน้อย ในขั้นตอนนี้ก็เพื่อไม่ให้กล้วยมีสีดำ จากนั้นตั้งพักไว้ทิ้งไว้ก่อน
ขั้นตอนที่ 2
หลังจากแช่กล้วยน้ำว้าดิบในน้ำเกลือเสร็จแล้วให้น้ำขึ้นมาสะเด็ดน้ำ ใช้ผ้าขาวบางซับให้แห้ง จากนั้นนำกล้วยน้ำว้ามาฝานเป็นแผ่นบางตามความยาวของผลกล้วย จากนั้นนำมาเรียงเป็นแผ่น ๆ ในถาดที่แห้งสนิทแห้ง เมื่อเสร็จขั้นตอนหั่นแล้วนั้น ให้นำกล้วยที่ฝานแล้วไปตากแดดพอให้แห้ง ในขั้นตอนนี้เพื่อให้เราสามารถหยิบกล้วยขึ้นมาทอดได้ง่าย และกล้วยจะได้ไม่ติดกัน และไม่ติดกระทะ อีกทั้งน้ำมันจะไม่ค่อยกระเด็นด้วย
ขั้นตอนที่ 3
จากนั้นให้หันมาตั้งกระทะใส่น้ำมัน ตั้งเตาพอให้ร้อน ขั้นตอนต่อจากนั้นให้ค่อยๆใส่กล้วยแผ่นลงทอด ใช้ไฟกลาง คอยดูจนกล้วยเปลี่ยนเป็นสีเหลืองกรอบ จากนั้นตักใส่กระชอน และพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมันดีก่อน ขั้นตอนนี้สามารถใช้แผ่นซับความมันมาช่วยได้ แล้วแต่ความสะดวกของผู้ทำ
ขั้นตอนที่ 4
เมื่อพักกล้วยทอดให้สะเด็ดน้ำมันดีแล้ว ขั้นตอนนี้เราจะใส่กล้วยลงในชามใบใหญ่ และใส่ค่อยๆโรยผงปาปริก้า ตราชีสโตะ ที่มีรสชาติเข้มข้น และมีกลิ่นหอมชัดเจน ผสมง่าย รสชาติดี ลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว ขั้นตอนนี้แนะนำว่าให้ค่อยๆคลุกเคล้ากล้วยทอดให้เข้ากับผงเขย่าด้วยวิธีการค่อยๆใช้มือผสมไปให้ทั่วชาม ระวังอย่าเขย่าเพราะไม่งั้นกล้วยจะแตกเป็นชิ้นเล็ก
เมนู: หนังไก่ทอดแซ่บ
เมนูหนังไก่ทอด เมนูที่ใครๆก็ชื่นชอบ เพราะมีรสสัมผัสที่กรอบอร่อย เมื่อน้ำมาคลุกเคล้ากับผงวิงแซ่บก็ยิ่งทวีคูณความอร่อย และแซ่บซี๊ดขึ้นไปอีก วิธีทำหนังไก่ทอดให้กรอบนาน ไม่อมน้ำมัน ไปดูกันได้เลย
ส่วนผสมในการทำเมนู
- หนังไก่ขูดมันออกแล้ว 1 กิโลกรัม
- รากผักชี 5 ราก
- กระเทียมไทย 1 ช้อนตวง
- พริกไทยเม็ด 1 ช้อนตวง
- ตะไคร้ซอย 1 ต้น
- น้ำปลา 1/2 ช้อนตวง
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนตวง
- ผงปรุงรส 1/2 ช้อนตวง
- แป้งข้าวเจ้า 4 ช้อนตวง
- แป้งสาลีเอนกประสงค์ 1 ช้อนตวง
- น้ำเย็นจัด 150 มิลลิลิตร
- น้ำปูนใส 2 ช้อนตวง
- น้ำมันปาล์ม 1 ขวด
- ผงวิงแซ่บ ตราชีสโตะจัง
ขั้นตอนการทำ
ขั้นตอนที่ 1
นำหนังไก่ล้างสะอาดและขูดมันออกไปแล้ว ลงไปต้มในหม้อที่มีน้ำเดือด จากนั้นรอจนสุกแล้วจึงค่อยยกลงเทน้ำออก ขั้นตอนหลังจากนั้นคือพักหนังไก่ที่ต้มสุกให้สะเด็ดน้ำจนแห้งดี
ขั้นตอนที่ 2
หลังจากนั้นพักหนังไก่ที่ต้มสุกให้สะเด็ดน้ำจนแห้งดีแล้วให้นำหนังไก่มาหั่นตัดเป็นชิ้นเล็กๆให้พอดีคำ พยายามหั่นให้ทุกส่วนมีขนาดเท่าๆ กัน จากนั้นพักเอาไว้ ก่อนจะนำพริกไทย ตามด้วยตะไคร้ กระเทียม รากผักชี นำทั้งหมดมาโขลกเข้าด้วยกันจนละเอียดดี จากนั้นตักเครื่องเทศใส่ลงไปในชามที่จะผสมเข้ากันกับหนังไก่ต้มสุก ขั้นตอนต่อมา คือ ให้ปรุงรสด้วยการใส่ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และผงปรุงรส คลุกเคล้าให้เข้ากัน
ขั้นตอนที่ 3
จากนั้นใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งสาลีอเนกประสงค์ น้ำเย็นจัด และน้ำปูนใสลงไปในชามผสมตามลำดับ ใช้มือสะอาดคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากันดี จากนั้นนำไปพักไว้ในช่องแข็งประมาณ 20 นาที ต่อมาให้ตั้งกระทะแล้วใส่น้ำมันให้ท่วม เพื่อให้แน่ใจว่าตอนทอดจะท่วมหนักไก่ทั้งหมด ตั้งกลางไปทางอ่อน ตั้งกระทะวอมน้ำมันประมาณ 5 นาที จากนั้นค่อยๆ ใส่หนังไก่ลงไปทีละชิ้นจนหมด
ขั้นตอนที่ 4
ขณะที่กำลังทอดนั้นให้เปลี่ยนเป็นไฟกลางค่อนอ่อน ในขั้นตอนนี้คนเล็กน้อย คอยคนเป็นระยะ เพื่อไม่ให้หนังไก่ติดกัน และไก่จะได้สีสวยเท่ากัน ทอดไปประมาณ 15-20 นาที เมื่อสีเริ่มสวย ให้ปรับเป็นไฟกลางค่อนแรง จากนั้นคอยคนไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ไหม้ อีกประมาณ 5-10 นาที เมื่อได้ที่แล้ว นำตักขึ้นไปพักให้สะเด็ดน้ำมัน
ขั้นตอนที่ 5
เมื่อพักหนังไก่ทอดสีเหลืองทองให้สะเด็ดน้ำมันดีแล้ว ให้นำหนังไก่ทอดลงไปในกล่องอาหารที่มีฝาผิดสนิท ให้นำหนังไก่ใส่ลงไปในปริมาณพอดี ไม่ต้องเยอะมาก เพราะเราจะโรยผงเขย่า วิงแซ่บ สไปซี่ ตราชีสโตะจังลงไปบนหนังไก่ จากนั้นปิดฝากล่องให้สนิทแล้วจึงค่อยเขย่ากล่อง เพื่อคลุกเคล้าหนังไก่กับผงเขย่าวิงแซ่บเข้าด้วย เพียงเท่านี้ ท่านจะได้ทานเมนูหนังไก่ทอดแซ่บที่มีรสชาติเผ็ดแซ่บ จี๊ดถึงใจไปรับประทานเล่น หรือทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆก็เข้ากันดี
เมนู: มันฝรั่งทอดกรอบคลุกผง
กำลังฮิตสุดๆ สำหรับเมนู มันฝรั่งทอดกรอบคลุกผงเขย่าของว่างที่ทำง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ทำขายดีก็ ทำกินเองก็อร่อยกรอบได้ใจ ไปดูวิธีทำกันค่ะ
ส่วนผสมในการทำเมนู
- มันฝรั่ง 1 -2 กิโลกรัม
- แป้งทอดกรอบ 500 กรัม
- น้ำเย็นจัด 600 มิลลิลิตร
- น้ำมันสำหรับทอด
- ผงเขย่าหลากรสชาติ
ขั้นตอนการทำ
ขั้นตอนที่ 1
นำมันฝรั่งไปล้างน้ำให้สะอาดและปอกเปลือกออก เมื่อปอกเสร็จแล้วให้รีบนำเอาไปแช่น้ำทันที และล้างน้ำออกอีก 2-3 รอบ แล้วจึงนำมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
ขั้นตอนที่ 2
จากนั้นเมื่อพักจนมั่นฝรั่งสะเด็ดน้ำดีแล้วให้นำมันฝรั่งมาหั่นให้ได้ความหนา ½ เซนติเมตร ให้เป็นแผ่นทานง่าย ไม่ควรบางเกินไป หรือหน้าเกินไป จากนั้นนำไปล้างน้ำอีก 1-2 รอบ เพื่อให้ยางหลุดไป และปล่อยมันฝรั่งแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จากนั้นล้างอีกรอบ และนำขึ้นให้สะเด็ดน้ำอีกครั้ง แล้วนำทิชชู่มาซับจนให้แห้งสนิทดี
ขั้นตอนที่ 3
จากนั้นเทแป้งทอดกรอบใส่ชามผสม ค่อยๆตามด้วยน้ำเย็นจัด จากนั้นผสมแป้งและนำคลุกเคล้าให้เข้ากันดีในชามสำหรับชุบแป้งมันฝรั่ง ระหว่างนั้นให้ตั้งกระทะรอ โดยใส่น้ำมันให้พอดี และให้แน่ใจว่าน้ำมันจะท่วมมันฝรั่งทั่วทั้งกระทะ จากนั้นรอให้ไฟร้อนดี ใช้ไฟกลางค่อนอ่อน จากนั้นนำมันฝรั่งไปชุบแป้งให้ทั่ว พลิกมั่นฝรั่งทั้งหน้าและหลังจนแป้งปกคลุมทั่วดี จากนั้นนำไปลงทอดในน้ำมัน
ขั้นตอนที่ 4
คอยดูมันฝรั่งเป็นระยะๆจนกว่าจะทอดให้เป็นสีเหลืองอ่อนได้ จากนั้นจึงค่อยตักขึ้นมาพัก ไว้แล้วนำลงไปทอดรอบสองโดยใช้ไฟกลาง รอบนี้ทอดให้ออกสีเหลืองกรอบดี พอใกล้จะได้ที่ ให้เร่งไฟแรงประมาณ 1-2 นาที แล้วจึงค่อยตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วเมื่อสะเด็ดน้ำมันดีแล้วจึงค่อยมานำมาคลุกหรือเขย่ากับผงเขย่าตามรสชาติที่ชอบได้เลย
เมนู: คางกุ้งทอดกรอบเขย่าผง
เมนูนี้สำหรับสายกุ้งเท่านั้น! ใครว่าหัวกุ้งกินไม่ได้ ขอให้หยุดความคิดนั้น เพราะหัวกุ้งหรือคางกุ้งทอดกรอบนั้นเป็นเมนูทานเล่นที่อร่อยจนหยุดกินไม่ได้ ทั้งความมัน หอม และกรอบอร่อยทำให้เคี้ยวเพลิดจนต้องแย่งชิ้นสุดท้าย
ส่วนผสมในการทำเมนู
- หัวกุ้ง หรือคางกุ้ง
- แป้งทอดกรอบ
- ผงเขย่ารสชาติที่ชอบ แนะนำเป็นรสชาติแซ่บๆ เพราะจัดตัดรสชาติเลี่ยนได้ดี
- ซอสพริกสำหรับจิ้ม
- น้ำมันสำหรับทอด
ขั้นตอนการทำ
ขั้นตอนที่ 1
เตรียมหัวกุ้งที่จะนำมาทอด ค่อยๆดึงออกจากตัวกุ้งโดยพยายามอย่างบีบแรงมากนักเพราะจะทำให้คางกุ้งเสียรูปทรง จากนั้นนำมาล้างให้สะอาดดี ล้างประมาณ 2- 3 น้ำ จากนั้นทิ้งไว้เพื่อให้สะเด็ดน้ำ ต้องมั่นใจดีว่าไม่มีมันกุ้งในหัวกุ้ง เพราะอาจจะทำให้เมื่อไปทอดแล้วไม่กรอบ
ขั้นตอนที่ 2
จากนั้นให้ตั้งกระทะรอ โดยใส่น้ำมันให้พอดี และให้แน่ใจว่าน้ำมันจะท่วมหัวกุ้งดีเมื่อทอด ตั้งน้ำมันให้ร้อน ใช้ไฟกลางค่อนไปอ่อน ระหว่างนั้นให้นำหัวกุ้งที่สะเด็ดน้ำดีแล้วมามาคลุกกับแป้งทอดกรอบ ในขั้นตอนนี้เราไม่ได้ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำ แต่เป็นการคลุกแป้งแบบแห้ง โดยคุณจะสามารถใส่ผงเขย่าผสมกับแป้งไปเลยก็ได้ในขั้นตอนนี้เลยหรือว่านำไปเขย่าตอนท้ายก็ได้
ขั้นตอนที่ 3
ทอดจนหัวกุ้งเป็นสีเหลืองทองดีแล้วจึงนำขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน เมื่อสะเด็ดน้ำมันแล้ว สามารถนำเขามาคลุกหรือเขย่ากับผงในรสชาติที่ชอบได้เลย เสิร์ฟ์พร้อมกันกับซอสพริก เพียงเท่านั้นเมนูหนุก็สามารถชนะใจเพื่อนๆสายกุ้งได้แล้ว
ทอดยังไงให้กร๊อบกรอบ
เพราะว่าของทอดที่แห้งสนิทนั้นเหมาะกับการนำมาคลุกหรือเขย่ากับผงปรุงรสแบบเขย่าที่สุดฉะนั้นวันนี้เราเลยมีเคล็ดลับการทอดยังไงให้กรอบนาน ถ้าหากคุณเคยเซ็งและเบื่อหน่ายกับการกินของทอดที่ไม่กรอบ แม้เพิ่งจะวางพักไปแปปเดียวก็ไม่กรอบเสียแล้ว วันนี้เราไปดูเคล็ดการทอดยังไงให้กร๊อบกรอบที่เราเอามาฝากกันเลย!
การทอด หมายถึง การนำชิ้นอาหารใส่ลงในน้ำมันขณะร้อน ผิวนอกของอาหารจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปกติจะใช้อุณหภูมิในช่วง 170-210 องศาเซลเซียส ทำให้น้ำที่เป็นส่วนประกอบในชิ้นอาหารระเหยกลายเป็นไอผิวนอกอาหารจะแห้ง ระยะเวลาที่ใช้ทอดอาหารขึ้นอยู่กับ ชนิดของอาหาร อุณหภูมิน้ำมัน วิธีการทอด ความหนาของชิ้นอาหาร คุณภาพการบริโภคของอาหารทอดที่ต้องการ ซึ่งการทอดนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การทอดโดยใช้น้ำมันน้อย (pan frying) เป็นการทอดโดยใช้น้ำมันหรือไขมันปริมาณเล็กน้อย เพียงเพื่อไม่ให้อาหารติดภาชนะทอด กระทะที่ใช้เป็นกระทะก้นตื้น ระหว่างการทอดอาจมีการกลับด้านเพื่อให้อาหารสุกทั่วถึง เพื่อให้เกิดกลิ่นรสที่ต้องการ เช่น การทอดแฮมเบอเกอร์ ไข่ดาว เบคอน เป็นต้น และแบบที 2 คือ การทอดโดยใช้น้ำมันมากหรือน้ำมันท่วม (deep fat frying) เป็นการทอดที่ใช้น้ำมันปริมาณมาก โดยอาหารจมอยู่ภาชนะที่บรรจุน้ำมัน เกิดลักษณะผิวหน้าที่แห้ง กรอบ เป็นเปลือกสีน้ำตาล
ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพในการทอดให้กรอบ คือ น้ำมันที่ใช้ทอด น้ำมันที่ใช้ทอดแบบน้ำมันท่วม ควรเป็นน้ำมันที่ทนความร้อนสูงและเสื่อมสลายตัวช้า คือมีจุดเกิดควัน (smoking point) ต่ำ เป็นน้ำมันที่มีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัวต่ำ มีกรดไลโนเลอิกน้อยกว่าร้อยละ 2 เช่น น้ำมันปาล์มโอเลอิน น้ำมันพืชที่ผ่านการไฮโดรจิเนชันบางส่วน ไม่ควรใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดคำฝอย และน้ำมันดอกทานตะวันในการทอดอาหาร เนื่องจากน้ำมันดังกล่าวไม่คงตัว และมีกรดลิโนเลอิกสูงถึงร้อยละ 6-7 นอกจากนี้ ชนิดและส่วนประกอบของอาหาร ขนาดและรูปร่างของชิ้นอาหาร ชนิดและคุณภาพของน้ำมันทอด อุณหภูมิของน้ำมันทอด ปริมาณน้ำมันที่ใช้ทอดว่าเป็นประเภทน้ำมันน้อยหรือน้ำมันท่วม การจัดการหลังการทอด ได้แก่ สะเด็ดน้ำมันหรือกำจัดน้ำมันส่วนเกินหลังการทอด และการทำให้เย็น ก็ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพในการทอดให้กรอบ ซึ่งเทคนิคการทอดให้กรอบที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ คือ การคลุกแป้งแห้ง และหลักการทอดสองครั้งนั้นเอง
เทคนิคที่ 1 การคลุกแป้งแห้ง เราควรเลือกซื้อแป้งที่นำมาคลุกไม่ให้มีส่วนผสมของกลูเตน เพราะเจ้ากลูเตนเป็นส่วนที่ปิดกั้นไม่ให้ความชื้นออกจากอาหาร เมื่อความชิ้นอยู่ในอาหารที่เราจะทอดมากเกินไป เมื่อเวลาผ่านไปก็จะระเหยออกมา ทำให้ของทอดที่เราทอดนั้นกรอบไม่นานั่นเอง ซึ่งแป้งทีแนะนำสำหรับการคลุกแป้งแห้ง ได้แก่ แป้งข้าวโพดหรือแป้งมัน
เทคนิคที่ 2 หลักการทอดสองครั้ง การทอดครั้งแรกเพื่อไล่น้ำออกจากอาหาร (dehydration process) โดยการทอดครั้งแรกนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อไล่น้ำออกจากอาหาร นั่นหมายความว่า ยิ่งไล่น้ำหรือความชื้นในการทอดครั้งแรกได้มากเท่าไหร่ ยิ่งช่วยให้อาหารกรอบได้ดีขึ้นมากเท่านั้น โดยความชื้นที่อยู่ใจกลางของอาหารจะเคลื่อนที่ไปสู่ผิวด้านนอก ทำให้มีน้ำในอาหารน้อยลง จึงต้องทอดครั้งที่สองเพื่อไล่ความชื้นที่หลงเหลืออยู่ ช่วยให้ของที่เราทอดนั้นแห้งและกรอบขึ้น
เป็นอย่างไรกันบ้าง จากเทคนิคข้างต้นที่ทอดให้กร๊อบกรอบที่เรานำมาแนะนำกัน การทอดให้กรอบนั้นมีหลากหลายวิธี และนอกจากนี้ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ทำให้อาหารของคุณไม่กรอบ ดังนั้นการศึกษาหาปัจจัยเหล่านั้น และแก้ไข พร้อมกับหาเทคนิคการทอดที่ดี เหมาะกับการประกอบอาหารของคุณ ก็จะช่วยให้อาหารของคุณกรอบนานขึ้นได้ ถ้ายิ่งเป็นเมนูอาหารที่ทอดกรอบแล้วนำมาคลุกหรือเขย่ากับผงปรุงรสที่เราชอบ การรักาความกรอบไว้ได้นานจะยิ่งรักษาอรรถรสในการรับประทานของเราให้เพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น
ผงเขย่าในการปรุงรสสามารถหาซื้อที่ใดได้บ้าง?
ในปัจจุบันคุณสามารถหาซื้อผงเขย่าได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว สามารถพบได้ทุกที่ตั้งแต่ตามชั้นขายของในซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าชั้นนำแถวบ้านคุณ หรือแม้แต่ความสะดวกอย่างช่องทางการสั่งสินค้าออนไลน์ คุณก็สามารถหาซื้อผงเขย่าได้อย่างสะดวกสบาย และรวดเร็ว ผงเขย่า รสชีส ตราชีสโตะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดี ได้รสชาติชีส เข้มข้น หอมกลิ่นชีส สามารถใช้คลุกกับอาหารได้หลากหลาย เช่น นำผงไปคลุกเฟรนซ์ฟราย ไก่ทอด ไก่ป๊อป วิธีการทำก็ง่าย เเค่เทผงชีส ลงไปในอาหาร จะนั้นก็คลุกเคร้าให้เข้ากัน เหมาะกับสายปาร์ตี้ ไว้ทำอาหารทานเล่น หรือสามารถนำไปขายคู่กับเฟรนซ์ฟรายได้ กำไรดี ต้นทุนน้อย เเนะนำควรทานคู่กับชีสซีดิป รสมายองเนสเเละชีส ของเพียวฟู้ด เพื่อเพิ่มความอร่อย มีอายุการเก็บรักษา 6 เดือน
ผงเขย่า รสปาปริก้า ตราชีสโตะ เป็นผงปรุงรสที่มีรสชาติปาปริก้า เข้มข้น สามารถใช้คลุกกับอาหารได้หลากหลาย เช่น นำผงไปคลุกเฟรนซ์ฟราย ไก่ทอด ไก่ป๊อป วิธีการทำก็ง่าย เเค่เทผงปาปริก้า ลงไปในอาหาร จะนั้นก็คลุกเคร้าให้เข้ากัน เหมาะกับสายปาร์ตี้ ไว้ทำอาหารทานเล่น หรือสามารถนำไปขายคู่กับเฟรนซ์ฟรายได้ กำไรดี ต้นทุนน้อย ผงเขย่าติดแน่น สีสวย เเนะนำควรทานคู่กับชีสซีดิป รสชีส ของเพียวฟู้ดส์ หรือว่า ชีสซี่ดิป สไปซี่ของเพียวฟู้ดส์ หรือจะเป็นชีสดิปของชีสโตะก็ได้ เพื่อเพิ่มความอร่อย มีอายุการเก็บรักษา 12 เดือน
สามารถสั่งผ่านทางเฟสบุ๊ค @Purefoodsthailand หรือสั่งซื้อกดแอดไลน์ @PureFoods
ผงเขย่า วิงแซ่บ สไปซี่ สินค้าน้องใหม่จากแบรนด์ชีสโตะ อร่อยแซ่บ ไม่ซ้ำใคร พกพาง่าย เคยไหมอยากทานไก่เขย่าแซ่บแบบมีผงแซ่บๆ ให้สาแก่ใจสักที จะออกไปซื้อ การจราจรก็ไม่อำนวย สั่งมาทานที่บ้านก็ไม่อร่อยโดนใจเหมือนที่คิดไว้ แต่วันนี้ทางแก้มาแล้ว ผงเขย่า Wing Zapp มีติดบ้านไว้สบายใจได้เลย
สามารถสั่งผ่านทางเฟสบุ๊ค @Purefoodsthailand หรือสั่งซื้อกดแอดไลน์ @PureFoods
การใช้ผงปรุงรสในการปรุงรสอาหารเป็นวิธีง่ายๆ ในการทำให้รสชาติของอาหารถูกปาก คุณสามารถมีผงปรุงรสรสชาติเยี่ยมได้ที่บ้านอย่างสะดวกสบายด้วยการซื้อของตามร้านค้าชั้นนำหรือทั่วไป หรือซื้อออนไลน์ก็สะดวกต่อความต้องการ ผงปรุงรสแบบเขย่านั้นช่วยยกระดับรสชาติ กลิ่น และรสชาติไปจนถึงการให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ผงปรุงรสครอบคลุมทั้งหมด ดังนั้น ผงปรุงรสจึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของอาหารแสนอร่อยของของคุณ
สามารถสั่งผ่านทางเฟสบุ๊ค @Purefoodsthailand หรือสั่งซื้อกดแอดไลน์ @PureFoods